พาวิลเลียน 10 อันดับ น่าสนใจ

พาวิลเลียน-4

พาวิลเลียน 10 อันดับ น่าสนใจ

พาวิลเลียน (Pavilion) หรือชื่อภาาาไทยเรียกกันง่ายๆว่าศาลา ซึ่งในภาษา  ฝรั่งเศส จะเรียกว่า pavillon, และในภาษา ละตินจะเรียกว่า papilio ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ 1. สิ่งก่อสร้างแบบอิสระ และ 2. สถาปัตยกรรมคลาสสิก

1. สิ่งก่อสร้างแบบอิสระ : ศาลาอาจจะหมายถึงสิ่งก่อสร้างอิสระที่สร้างไม่ไกลนักจากสิ่งก่อสร้างสำหรับการเป็นที่อยู่อาศัยที่สร้างขึ้นเพื่อความสำราญ ขนาดก็อาจจะใหญ่หรือเล็กก็ได้แต่จุดประสงค์ก็เพื่อใช้เป็นการพักผ่อนและหาความสำราญ ศาลาที่สร้างที่ใช้ประโยชน์หรือคำนึงถึงทิวทัศน์เรียกว่า “ศาลาสวน”

ศาลาที่ว่านี้อาจจะเป็นสิ่งก่อสร้างในสวนที่คล้ายคลึงกับเรือนฤดูร้อน (summer house) หรือ ศาลาเล็ก (kiosk) ที่นิยมสร้างกันในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ที่เปรียบได้กับสิ่งก่อสร้างของอิตาลีที่เรียกว่า “คาสินา” ที่มาเรียกกันว่า “คาสิโน” ในภาษาอังกฤษ ลักษณะของศาลาจะคล้ายกับวัดแบบกรีก/โรมัน ศาลาที่สร้างโดดอาจจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวสิ่งก่อสร้างหลักก็ได้เช่นศาลาหลวงที่ไบรตัน ในอังกฤษ ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะเป็นแบบอินเดีย แต่ที่เรียกว่าเป็นศาลาแม้จะมีขนาดใหญ่โตเพราะจุดประสงค์ของการก่อสร้างก็เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนและหาความสำราญ

ศาลากีฬามักจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างติดกับบริเวณที่เล่นกีฬาที่ใช้สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือดื่มเครื่องดื่ม และมักจะมีระเบียงที่มีที่บังแดดที่ยื่นออกมาเพื่อใช้เป็นที่สำหรับสังเกตการณ์ คำว่าศาลาก็มักจะใช้กับสนามกีฬาโดยเฉพาะกับสนามเบสบอลเพื่อแสดงความแตกต่างระหว่างที่นั่งที่ราคาแพงที่มีร่มเงากับที่นั่งที่ราคาถูกกว่าที่ไม่มีร่มเงา


2. สภาปัตยกรรมคลาสสิก : สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการวางความสมดุลของสิ่งก่อสร้างของสถาปัตยกรรมคลาสสิกที่วาง “เอกมณฑล” (corps de logis) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดไว้ตรงกลางโดยมีปีกยื่นออกไปทางซ้ายและขวา ปีกสองข้างนี้อาจจะหยุดลงด้วย “ศาลา” ซึ่งเป็นการแสดงถึงจุดจบของสิ่งก่อสร้างเหมือนกับการใช่จุดเมื่อจบประโยคในภาษาอังกฤษ

พลาสเดส์โวส (Place des Vosges)[1] ในปารีส (ค.ศ. 1605-ค.ศ. 1612) ใช้ศาลาสองข้างที่หมายว่าเป็นตอนกลางของทางด้านเหนือและทางด้านใต้ที่เรียกว่า “ศาลาราชา” และ “ศาลาราชินี” ศาลาที่ว่านี้เป็นซุ้มสามโค้งซึ่งเป็นเหมือนเรือนเฝ้าประตู (gatehouse) ที่เป็นทางเข้าอันสมศักดิ์ศรีเข้ามาในจัตุรัส การสร้างเรือนเฝ้าประตูในฝรั่งเศสในรูปของศาลามีมาร้อยปีก่อนหน้านั้นแล้ว

ในชนบทศาลาเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้ในการล่าสัตว์ “ศาลาแห่งกาลอง” (Pavillon de Galon) ในลูเบอรองในฝรั่งเศสเป็นตัวอย่างที่แสดงลักษณะของการก่อสร้างของคริสต์ศตวรรษที่ 18 ของศาลาล่าสัตว์ของเจ้านายในสมัยนั้น ศาลาตั้งอยู่บนสถานที่เดิมเป็นคฤหาสน์โรมันที่มีสวนแบบฝรั่งเศสที่ใช้ในการรับรองแขก


หลังจากที่พอจะเข้าใจกันแล้วว่า พาวิลเลียน  คืออะไร ต่อไปนี้เราจะพาทุกท่านไปชม 10 พาวิลเลียน  น่าสนใจในยุคปัจจุบัน



1.  Droneport โดย Norman Foster
พาวิลเลียน

Droneport  ผู้ออกแบบ คือ Norman Foster สถาปนิกชาวอังกฤษ สร้างขึ้นเพื่อนำไปจัดแสดงในงาน Venice Architectre Biennale ซึ่งออกแบบให้เหมือนสถานีสำหรับขนส่งด้านโลจิสติกส์

“โปรเจค Droneport นี้ เป็นการสร้างสิ่งเล็ก ๆ ให้ยิ่งใหญ่ โดยใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งก็คือ โดรน มาใช้ในการลำเลียงสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะเวชภัณฑ์ เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล” Norman Foster กล่าว

2. Serpentine Pavillion โดย Bjarke Ingels Group/BIGพาวิลเลียน

Serpentine Pavillion ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิก Bjarke Ingels Group หรือ BIG ตั้งอยู่บริเวณ Hyde Park ในลอนดอน ทำจากไฟเบอร์กลาสทั้งหมด 1,802 ชิ้น พาวิลเลียนแห่งนี้มีลักษณะคล้ายถ้ำ ที่มีแสงสว่างลอดเข้ามาภายใน ผ่านช่องว่างระหว่างกล่องแต่ละใบที่เรียงต่อกัน รวมทั้งแสงจากกล่องไฟเบอร์กลาส ตัวกำแพงทำจากอิฐ แทนการใช้อิฐมอญ หรือหิน ภายในมีคาเฟ่และเวทีสำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ

3. Scaffold Pavillion โดย Sou Fujimoto พาวิลเลียน

Sou Fujimoto สถาปนิกชาวญี่ปุ่น ออกแบบพาวิลเลียน โดยสร้างขึ้นใกล้กับอาคาร Himalayas Center ในนครเซี่ยงไฮ้ คอนเซ็ปต์การสร้างงานเกิดจากการสำรวจอนาคตของมนุษยชาติในแง่ที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรม โครงสร้างพาวิลเลียนจะเป็นเหมือนนั่งร้าน ซึ่งสามารถปีนขึ้นไปด้านบนได้ โดยออกแบบให้ตัวโครงสร้างดูโปร่ง ส่วนพื้นที่ด้านล่างจะใช้เป็นพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับทำกิจกรรมหรือนั่งพูดคุยกัน

4.The Smile Installation โดยบริษัทสถาปนิก Alison Brooks Architects

 

สิ่งปลูกสร้างไม้ทรงโค้ง ในชื่อ ‘The Smile’ ที่เห็นอยู่นี้ เป็นแลนด์มาร์คที่สร้างขึ้นเพื่อจัดแสดงในงาน London Design Festival 2016 มีลักษณะเป็นทรงโค้ง ทำจากไม้แปรรูป CLT สูง 3.5 เมตร กว้าง 4.5 เมตร และยาว 34 เมตร มีการวางโครงสร้างให้เป็นแบบเลเยอร์ โค้งต่อกันเป็นเหมือนรูปปากของคนที่กำลังยิ้ม บริเวณระเบียงจะเปิดโล่ง ทำให้เห็นพื้นที่ด้านในและยังทำให้เห็นทิวทัศน์ของลอนดอนทั้งในยามกลางวันและกลางคืน

5.The Stairs โดยบริษัทสถาปนิก MVRDV
บันไดขนาดยักษ์นี้ ตั้งอยู่ในเมือง Rotterdam โดยเชื่อมจาก Central Station ไปยังอาคาร Groothandelsgebouw อาคารสำคัญแห่งหนึ่งของเมือง Rotterdam บันไดแห่งนี้ มีทั้งหมด 180 ชั้น โดยนักท่องเที่ยวหรือผู้เยี่ยมชมจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบเมืองได้จากจุดชมวิวด้านบนสุด

6. MPavillion โดย Bijoy Jain 

MPavillion ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอินเดีย Bijoy Jain ใช้ไม้ไผ่ในการสร้างออกมาเป็นพาวิลเลียนขนาดใหญ่นี้ขึ้นใจกลางสวนสาธารณะ Queen Victoria Garden ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยมีองค์กรไม่แสวงผลกำไร Naomi Milgrom Foundation เป็นผู้ริเริ่มและสนับสนุนโครงการ ในการก่อสร้างจะใช้ไม้ไผ่ยาว 7 กิโลเมตร, เชือกยาว 26 กิโลเมตร และหินหนัก 50 ตัน จนได้ออกมาเป็นพาวิลเลียนที่มีความสูง 12 เมตร ใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมเวิร์กช๊อป การแสดง งานอีเวนท์ต่าง ๆ และจะเห็นได้ว่า มีช่องว่างเล็ก ๆ กึ่งกลางของหลังคา ซึ่งทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงระหว่างโลกและท้องฟ้าเข้าด้วยกัน ขณะที่ข้างใต้ช่องสี่เหลี่ยมนั้นมีบ่อน้ำสีทองวางตั้งอยู่ เพื่อสื่อถึงความสำคัญของน้ำที่มีต่อชุมชนและถิ่นที่อยู่อาศัย

7.คอนเทนเนอร์พาวิลเลียน โดยบริษัทสถาปนิก People’s Architect Office (PAO)

อาคารคอนเทนเนอร์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่บริเวณริมทางสาธารณะของเขตชุมชนในมณฑลส่านซี ทางตอนเหนือของประเทศจีน โดยบริษัทสถาปนิก People’s Architect Office (PAO) ซึ่งนำตู้คอนเทนเนอร์มาวางซ้อนกันเป็นพาวิลเลียน ที่สามารถรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ ตามต้องการ

ลักษณะของพาวิลเลียนจะเป็นการนำตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 12 ตู้มาวางซ้อนกันสองชั้น โดยชั้นล่างนั้นเป็นตู้คอนเทนเนอร์สีแดง 6 ตู้เรียงชิดเหลื่อมกัน ส่วนชั้นบน เป็นคู้คอนเทนเนอร์สีเหลืองอีก 6 ตู้เรียงชิดวางทับกับชั้นล่างในทิศทางตรงกันข้ามกัน หรือตั้งฉากกัน ซึ่งบริเวณตู้คอนเทนเนอร์แต่ละส่วนจะประดับด้วยกระจกตั้งแต่พื้นถึงเพดาน ทำให้สามารถมองเห็นด้านในอาคารได้ทั้งหมด เมื่อมองจากภายนอก

8.Dynamics in Impermanence โดย Nicole Larkin

สถาปัตยกรรมชิ้นนี้ จัดแสดงในปี 2016 เป็นหนึ่งในผลงานจัดแสดงนิทรรศการที่ชื่อ Sculpture by the Sea บริเวณชายหาดบอนได นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง Nicole Larkin ซึ่งเป็นผลงานที่ช่วยให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ของการสร้างงานศิลป์ วัสดุที่ใช้ คือไม้อัด สแตนเลส และคอนกรีต ลักษณะของสถาปัตยกรรมจะเผยให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อันขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการมองในแต่ละวัน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับชิ้นงาน ได้แก่ ความสว่าง เงา และสภาพอากาศซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการตีความภาพถ่าย ยิ่งไปกว่านั้น ตัวชิ้นงานยังเป็นเหมือนการสำรวจที่แสดงให้เห็นว่า ‘ภาพถ่าย จะสามารถทำให้มุมมองที่แท้จริงซึ่งคนเรามีต่อผลงานนั้น ๆ เปลี่ยนแปลงไปได้หรือไม่ อย่างไร’

9.Second Dome โดย Dosis 

‘Second Dome’ เป็นโดมที่ตั้งอยู่บริเวณสวนสาธารณะ London Fields ออกแบบโดย DOSIS แล็บทดลองเพื่อผลิตผลงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ เป็นพื้นที่ที่สร้างขึ้นใหม่โดยขยายเพิ่มเติมจากพื้นที่เพียง 65 ตารางเมตร ให้กลายมาเป็นพื้นที่ที่คล้ายกับ co-working space ขนาดใหญ่ถึง 400 ตารางเมตร ที่รวมเอาศาสตร์หลากแขนงและหลากอุตสาหกรรมมาอยู่รวมกันในโดมหลังนี้ โดยแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ เช่น ห้องเวิร์คช็อปแอนิเมชั่น ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ ห้องฉายภาพยนตร์ เป็นต้น

10. ‘Kapkar SF-P7S’ พาวิลเลียน โดย Studio Frank Haverman 

‘Kapkar SF-P7S’ พาวิลเลียน เป็นผลงานออกแบบบริษัทออกแบบ Studio Frank Haverman โดยออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับการประชุม อภิปราย จัดแสดงนิทรรศการเล็ก ๆ หรือจัดอีเวนท์ต่าง ๆ สร้างสำเร็จได้ด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างน้อย โดยสร้างเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก เพื่อรองรับคนอย่างต่ำ 50 คน ซึ่งสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ นับเป็นงานที่มีความโดดเด่น สามารถรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ตามต้องการ โครงสร้างหลังคาที่ใช้ เป็นหลังคาหน้าจั่ว ที่นิยมใช้กันในบ้านไร่ หรือโรงนาในแถบชนบทสมัยก่อน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ ความหมายและ 10 พาวิลเลียมน่าสนใจ ใครมีไอเดียอะไรสามารถมาเสนอเราได้ที่  https://www.facebook.com/rsungha/

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.